TRIBUTE TO OUR FOUNDER

Dr. Don Nakaya Nielsen is a visionary who pioneered the chiropractic profession into Thailand back in the 1990’s. Dr Don was a world champion kickboxer who fought out of Japan and came to Bangkok to train in Muay Thai under his Japanese management team. After living and training in various Muay Thai camps, Dr Don discovered that the chiropractic profession had not yet been established in Thailand.

Dr Don attended Whittier College on a football athletic scholarship and was a pre-medical major. After experiencing chiropractic care for himself due to a low back injury, Don decided to become a chiropractor and graduated from Cleveland Chiropractic College in Los Angeles, CA in 1986.

Dr. Don’s Center for Natural Health was successfully inaugurated in March of 1993, after spending lots of time, effort and money to find a way to get the chiropractic profession established in Thailand. Dr Don became the first chiropractor in Thailand to set up chiropractic as a legitimate business venture. There had been several doctors before who came to Thailand to treat patients as an extended vacation, but Dr Don was the first one to be issued a work permit as a chiropractor. He initially joined the mobile medical units with Paolo Memorial Hospital under the supervision of the late Dr Udom Thongborisute. The mobile medical units supplied doctors, dentists, and nurses to help the underprivelidged people in the remote upcountry areas who had no access to regular health care. He treated up to 300+ patients per day on the charity tours.

In addition to treating many patients at his office, Dr Don is also one of Thailand’s leading authorities on natural health/alternative healing and has been featured on many TV shows, radio programs, and articles in many different Thai magazines and newspapers. Numerous politicians, celebrities, and well known business people are among Dr Don’s patients. It is very interesting to note that many revered Buddhist monks became chiropractic patients, due to the natural healing methods and lack of drugs/surgeries, the monks firmly believe that natural healing is better than using chemicals and cutting away body parts to stay healthy. Chiropractic is based on the principle that uninterrupted nerve flow, or energy flow is an important part of making the body healthy. The monks agree that this is a smarter way to health and that is why they choose the natural way over drugs and surgery.

In July of 2007 the first chiropractic testing was held in Bangkok. This is one of the first steps to allow chiropractic to become a legal profession in Thailand. There has been a announcement issued by the Ministry of Public Health that allows chiropractic to be legal healing profession in Thailand. After being arrested and charged with practicing medicine without a license and running a hospital without a permit and having his case go all the way to the Thai Supreme Court, Dr Don hopes now these days are a thing of the past as the Ministry of Public Health has finally accepted chiropractic as a legal profession in Thailand.

 


ดร. ดอนเนิล ยูจีน นากายา นีลสัน, DC

ประวัติส่วนตัวและครอบครัว

ดร. ดอนเนิล นากายา นีลสัน หรือ ดร. ดอน

เกิดเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2502 ที่สหรัฐอเมริกา

ดร. ดอน เป็นบุตรของ นายฮาวเวิร์ด ยูจีน นีลสัน และมารดา คือ นางคิโยโกะ นากายา โดยมีพี่น้องร่วมบิดามารดา ทั้งสิ้นจำนวน 4 คน

ชีวิตสมรส ดร. ดอน ได้สมรสกับนางเชอริล จีน ชิง และมีทายาทด้วยกัน 3 คน  คือ

นายคอเร่ย์ วอลเทอร์ มาซารุ นีลสัน

นายเคซี่ เดวิด คิดจิโร นีลสัน

นายโคลบี้ เบลค มูซาชิ นีสสัน โดยทั้งหมดอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา

 

ประวัติการศึกษา

ดร. ดอน ได้เลือกที่จะศึกษาต่อที่วิทยาลัยวิทเทียร์ ( Whittier College ) ซึ่งเป็นหลักสูตรก่อนการเรียนแพทยศาสตร์ โดยมุ่งศึกษาด้านไคโรแพรคติกและศึกษาเพิ่มเติมด้าน    เวชศาสตร์การกีฬา ณ วิทยาลัย ไคโรแพรคติกคลีฟแลนด์ (Cleveland Chiropractic College) เนื่องจากตนเองมีปัญหาการเจ็บปวดที่หลังช่วงล่างจากการใช้ชีวิตที่ผ่านมา จนจบการศึกษาเป็นด๊อกเตอร์ด้านไคโรแพรคติก เมื่อปี พ.ศ. 2529 และได้รักษาคนไข้จนมีชื่อเสียงอย่างมากในมหานครลอสแองเจลิส

 

ประวัติการทำงาน

ดร. ดอน เป็นผู้ที่ผ่านชีวิตและมีจุดมุ่งหมายของตัวเองอย่างเด่นชัด ทั้งยังเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในสหรัฐอเมริกา และประเทศญี่ปุ่น ในยุคสมัยที่คนหลงไหลในศิลปะการต่อสู้ แฟนภาพยนตร์บู๊แอ็คชั่น จะรู้จักกันดีว่า ชายผู้นี้คือแชมเปี้ยนโลกรุ่นเฮฟวี่เวท “ คิ๊กบ๊อกเซอร์” หรือ K-1 สามสถาบันระดับโลก  และเป็นผู้ที่คร่ำหวอดในวงการกีฬามวยปล้ำอาชีพ รวมถึงแสดงภาพยนตร์แอ็คชั่นของฮอลลีวู้ด

ด้วยความสนใจในศิลปะการต่อสู้ต่างๆ กีฬามวยไทยเป็นสิ่งที่ ดร. ดอน รักและให้ความสนใจ จนเป็นที่มาของความไฝ่ฝันที่จะมาอยู่เมืองไทยอันเป็นที่รักของเขา ดร. ดอน เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีวิสัยทัศน์ยาวไกลตั้งแต่ยังเยาว์วัย และเล็งเห็นความสำคัญของการเล่นกีฬาอย่างปลอดภัย รวมถึงการบำบัดรักษานักกีฬา ในกรณีที่มีการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาต่างๆ โดยเฉพาะในวงการกีฬามวย

หลังจากช่วงชีวิตของการเป็นนักกีฬาและนักแสดงในวงการภาพยนตร์ ก็มาอยู่ในบทบาทของไคโรแพรคเตอร์ ดร. ดอน ถือเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงในการเตรียมความพร้อมของนักกีฬาตั้งแต่การเก็บตัวระหว่างการแข่งขัน และการบำบัดหากเกิดอาการบาดเจ็บจากการแข่งขัน เรียกได้ว่า ในยุคของเขา นักกีฬาอาชีพชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็นนักเทนนิส นักมวย หรือนักกีฬาที่เสี่ยงต่อการเกิดการบาดเจ็บได้ง่าย ทั้งในสหรัฐอเมริกา และยุโรป ต่างขอจองเวลาเพื่ออยู่ในความดูแลของ ดร. ดอน หากต้องเดินทางไปแข่งขันทัวร์นาเมนต์ที่จัดในรัฐแคลิฟอร์เนียร์เสมอ ๆ

ด้วยความรักและหลงใหลความเป็นไทยตั้งแต่ครั้งที่เข้ามาฝึกฝนมวยไทย ทำให้ ดร. ดอน ตัดสินใจย้ายมาบุกเบิกศาสตร์ไคโรแพรคติกในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของไคโรแพรคติกแห่งประเทศไทยตั้งแต่นั้นมา

ความเป็นมาของศาสตร์และสมาคมไคโรแพรคติกแห่งประเทศไทย

ก่อนศาสตร์ไคโรแพรคติกจะแพร่หลายในประเทศไทยเช่นปัจจุบันดร. ดอนเริ่มต้น จากก่อตั้งศูนย์ดูแลสุขภาพแบบธรรมชาติบำบัด เมื่อปี พ.ศ. 2536 จนกระทั่งเป็นที่รู้จักและเรียกกันแพร่หลายว่า “หมอจัดกระดูก” มากว่า 24 ปีแล้ว แต่ในระหว่างนั้นไคโรแพรคติกยังไม่ได้รับการรับรองและอนุญาตให้ทำการรักษาอย่างเป็นทางการ ดร. ดอน เป็นไคโรแพรคเตอร์คนแรกที่เป็นผู้ผลักดัน  ศึกษาค้นคว้า  และส่งงานวิจัยต่างๆ โดยให้ความร่วมมือกับทางราชการ ต้องปฏิบัติตนภายใต้กรอบและเงื่อนไขที่กำหนดรวมถึงข้อจำกัดอย่างมากมาย

 

นอกจากนี้ได้จัดเสวนาส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในศาสตร์แพทย์ทางเลือก “ไคโรแพรค ติก ” ขึ้นในประเทศไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี พ.ศ. 2550 ซึ่งครั้งนั้นได้รับการสนับสนุนและบรรยายโดยผู้แทนจากทั้งภาครัฐ ภาคการเมืองและประชาชน  รวมถึงบุคคลในวงการ

ด้วยความมุ่งมั่นอย่างไม่ย่อท้อ ดร. ดอน ยืนหยัดทุ่มเทอย่างต่อเนื่องอีกทั้งได้รับ การสนับสนุนจากเพื่อนๆ คนไทยที่รัก ซึ่งทุกคนต่างตระหนักดีว่า  การรักษาแบบไคโรแพรค ติกเป็นการรักษาที่เห็นผลจริงทั้งหมดนี้จึงเป็นแรงขับเคลื่อนผลักดันศาสตร์ไคโรแพรคติก และทำให้ไคโรแพรคติกได้รับการยอมรับว่าเป็นแพทย์ทางเลือกของคนไทยในที่สุด

ดร.ดอน ได้รับการแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการพิจารณาศาศตร์ไคโรแพรคติก ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ.  2548 – 2552 โดยกระทรวงสาธารณสุข   และเป็นผู้ประสานงานในด้านการนำผู้เชี่ยวชาญด้านไคโรแพรกติก จากต่างประเทศมาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านออร์โธปิดิกส์ ในประเทศไทย เพื่อออกข้อสอบ และเป็นกรรมการในการจัดสอบ ให้ได้รับ       ใบอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะเป็นครั้งแรก  การสอบใบอนุญาตการเป็นไคโรแพรคเตอร์นั้น   ภายหลังที่กระทรวงสาธารณสุข  ได้ประกาศให้ไคโรแพรคติกเป็นศาสตร์หนึ่งใน การแพทย์ทางเลือกของไทยนั้น ดร.ดอน ยังได้อุทิศตน และได้เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ สร้างบรรทัดฐาน เพื่อยกระดับวงการไคโรแพรคติกในประเทศไทยให้เป็นที่ได้รับความนิยม และมีไคโรแพรคเตอร์ข้ามาสู่เส้นทางนี้มากขึ้น  โดยมุ่งมั่นที่จะสร้างมาตรฐานโลกแก่วงการแพทย์ไคโรแพรคติก ตามความปรารถนาของ ดร.  ดอน ซึ่งมีมาตั้งแต่แรกเริ่ม รวมเวลาทั้งสิ้นกว่า 16 ปี

ดร. ดอน เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นนายกคนแรกของสมาคมไคโรแพรคติก แห่งประเทศไทย โดยต่อมาเพื่อยกระดับวงการไคโรแพรคติก ตามวัตถุประสงค์ของ ดร. ดอน ซึ่งตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกเริ่มจึงได้ก่อตั้งชมรมไคโรแพรคติกนานาชาติขึ้นอีกด้วย

คุณงามความดีต่อสังคม

การดำเนินชีวิตส่วนตัวนอกจากการทำงาน ดร. ดอน ให้ความสนใจศิลปวัฒนธรรม    และความเป็นอยู่อย่างไทย หรือแม้แต่นับถือศาสนาพุทธ มีความเชื่อในหลักคำสอน  ของศาสนาพุทธเป็นอย่างมาก ดร. ดอน เป็นพุทธมามกะที่เลือกแนวทาง “ปฎิบัติดี ปฏิบัติชอบ” เสมอมา เมื่อมีเวลาว่าง ดร. ดอน มักจะทำเสมอ คือการหิ้วกระเป๋าอุปกรณ์และสะพายเตียงสนามเพื่อใช้สำหรับการตรวจบำบัดด้วยการรักษาแบบไคโรแพรคติก ไปตามงานการกุศล สถานที่ราชการ วัด และสถานบริการสังคมต่างๆ เพื่อช่วยตรวจรักษา จัดกระดูก ปรับสมดุลร่างกายให้แก่ผู้ที่ด้อยโอกาสและผู้ที่มีความสนใจ โดยไม่ต้องการและไม่เคยร้องขอสิ่งตอบแทนใด ๆทั้งสิ้น

 

ความภาคภูมิใจในฐานะหมอและพุทธมามกะ

ในหลายครั้ง เมื่อ ดร. ดอน ทราบว่า พระสงฆ์ที่ตนเองนับถือเกิดอาพาธและต้องการ รับการบำบัด ดร. ดอน จะให้ทำการนัดหมายโดยคำนึงถึงเวลาของผู้ที่ต้องการการบำบัดรักษาเป็นที่ตั้งแม้ตนเองจะต้องปิดคลินิกเพื่อเดินทางไปรักษาก็ตาม และในการไปบำบัดแต่ละครั้ง ก็จะอยู่ เพื่อบำบัดเป็นระยะเวลาหนึ่งให้กับพระสงฆ์รูปนั้น จนแน่ใจว่าอาการอาพาธทุเลาลง

ในช่วงชีวิตหนึ่งที่ ดร. ดอน ภาคภูมิใจมากที่สุดก็คือ ได้มีโอกาสถวายการรักษาแด่พระภิกษุสงฆ์หลายๆ ท่าน เช่น

  • พระธรรมวิสุทธิมงคลหรือหลวงพ่อ ( บัว ญาณสมฺปนฺโน )วัดป่าบ้านตาด
  • พระเทพวิทยาคมหรือหลวงพ่อ ( คูณ ปริสุทฺโธ )วัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา
  • พระคุณเจ้าหลวงปู่ชอบ ฐานสโม วัดป่าสัมมานุสรณ์ บ้านโคกมน ตำบลผาน้อย อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย
  • หลวงพ่อสังวาลย์ เขมโก ( หลวงพ่อใหญ่ ) วัดทุ่งสามัคคีธรรม อ.สามชุก

จ.สุพรรณบุรี ท่านมีอุบัติเหต์ทางรถยนต์ ทำให้กระดูกสะโพกเคลื่อน เดินไม่ได้  และรับการรักษาประมาณ 2 อาทิตย์ หลังจากนั้นท่านกลับมาเดินได้ตามปกติ

  • พระราชสังวรญาณ หรือหลวงพ่อ (พุธ ฐานิโย)วัดป่าสาละวันอำเภอเมืองนครราชสีมา
  • หลวงพ่อสำรวม สิริภทฺโท วัดไกลกังวล ( เขาสารพัดดีศรีเจริญธรรม ) ต.บ้านเชี่ยน อ.หันคา จ.ชัยนาท

นอกจากนี้ ดร.ดอน และคณะได้จัดกระดูกให้กับพระต่างชาติ  พระที่อาศัยอยูตามวัดต่างๆ อีกหลายที่ในประเทศไทย รวมทั้งผู้ที่มีชื่อเสียงทางสังคม  นักการเมือง วุฒิสมาชิก สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร์  นักกีฬา  ดารานักแสดง

ดร.ดอน ได้กระทำมาตลอดยามมีเวลาว่าง จะเตรียมเตียงสนาม ไปช่วยงานการกุศล สถานบริการสังคม ตามสถานที่ต่างๆ ไปช่วยตรวจรักษาจัดกระดูกให้แก้ผู้ที่ด้อยโอกาส โดยไม่คิดค่ารักษาพยาบาล

 

ดร. ดอน ได้จากเราทุกคนไปอย่างสงบ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2560 สิริรวมอายุ 58 ปี สำหรับผู้ที่รู้จักคุ้นเคยกับ ดร. ดอน บ่อยครั้งจะได้เห็น ดร. ดอน ยิ้มมุมปากอย่างมีความสุข และเปรยว่า “ผมโชคดีที่ตัดสินใจอยู่เมืองไทย แม้ว่าจะเจออะไรมามากมาย แต่ผมก็รักคนไทย รักเพื่อนคนไทย รักเพื่อนๆ ทุกคนที่อยู่ประเทศไทย ที่ให้  การสนับสนุนและความช่วยเหลือ รวมทั้งคอยให้กำลังใจเสมอมา”

 

ดร. ดอน จะยังถูกจดจำเสมอ ในฐานะนักสู้ ไม่ว่าจะในวงการกีฬา การทำงาน รวมทั้ง การใช้ชีวิตส่วนตัวอย่างมีคุณค่าและเกิดประโยชน์ต่อผู้อื่นอย่างแท้จริง รอยยิ้มมุมปากและคำพูดดังกล่าวข้างต้นของ ดร. ดอน จะยังคงอยู่ในใจเราทุกคนตลอดไป